“เอ ศุภชัย” เผยวีรกรรมสุดพีคฉี่แตกกลางสนามบิน-โดนตม. จับคิดว่าเป็น แม่เล้า

“เอ ศุภชัย” เผยวีรกรรมสุดพีคฉี่แตกกลางสนามบิน-โดนตม. จับคิดว่าเป็น แม่เล้า

วันที่ 18 มี.ค. 2564 เวลา 19:00 น.

“เอ ศุภชัย” แกงตัวเองหนักมาก! ฉี่แตกกลางสนามบิน-โดนตม. จับคิดว่าเป็น แม่เล้า

ไม่มีใครไม่รู้จักจริงๆ สำหรับผู้จัดการของนักแสดงที่มีชื่อเสียงแถวหน้าของประเทศไทย อย่าง “เอ ศุภชัย” นักปั้นมือทองผู้ที่อยู่เบื้องหลังความโด่งดังของดารามากมายหลายคน ที่เขานั้นอยู่คู่กับวงการบันเทิงประเทศไทยมาอย่างยาวนานมาก

ล่าสุดทาง “เอ” ได้ออกมาเมาท์เรื่องฮาๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเองเมื่อครั้งเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ ผ่านรายการ ทอล์ก-กะ-เทย ทางช่อง GMM25 โดยเรื่องแรกนั้นเหตุเกิดขึ้นในทริปที่ไปเที่ยวฮ่องกงจากการที่เจ้าตัวนั้นให้ช่างแต่งหน้าเสริมลุคให้เสริมปังขณะหลับบนเครื่อง แต่พอลงเครื่องผ่านเข้า ตม. ดันโดนเจ้าหน้าที่เรียกไปกักตัว เพราะหน้าไม่ตรงกับในพาสปอร์ต หน้าจริงนั้นฉ่ำวาวสวยเด้ง แต่หน้าในพาสปอร์ตดูดุมาก เหมือนนายหัวทางใต้

พอเข้าไปในห้องตรวจก็เจอคนไทยในนั้น ทีนี้คนไทยก็จำได้ว่าเป็นใครเลยเข้ามาสวัสดีแบบ คุณแม่สวัสดีค่ะ คุณแม่ มาขอถ่ายรูปกันเพียบ ทีนี้จากที่เจ้าหน้าที่สงสัยว่าเรามาขายบริการก็เปลี่ยนอาชีพให้เราเลยว่าเป็น “แม่เล้า” งานนี้เจ้าหน้าที่ก็เข้ามาถามว่าเราเป็นใคร ทำไมทุกคนรู้จักเรา เราก็เลยต้องบอกว่าเรามาช้อปปิ้ง มีตั๋วเครื่องบินไปและกลับจริง แล้วก็บอกพวกลูกสาวทั้งหลายที่อยู่ในห้องนั้นว่า อย่าเพิ่งมาคุยกับกู กูเอาตัวให้รอดก่อน เดี๋ยวโดนไปกันทั้งยวง

ซึ่งเขาก็เข้าใจว่าเออเดี๋ยวค่อยมาถ่ายรูปกัน เราก็บอกไปว่าเราเป็นผู้จัดการนักแสดง ซึ่งนักแสดงเรามาแล้ว ตอนนั้นน้องอั้มก็ไปด้วย แต่ว่าเขามาก่อนหน้าไปแล้ว พอพี่อั้มรู้เรื่องเขาก็หัวเราะเยาะพี่เอ เพราะพี่เอเป็นคนมั่นหน้า น่าหมั่นไส้ อั้มเขาก็โทร. มา “ได้ข่าวว่าพี่เอโดน ตม. จับเหรอ เออสมน้ำหน้านะ

และอีกเรื่องที่พีคสุดๆ ก็คงจะเป็นทริปที่ไปเที่ยวที่ประเทศเกาหลี ซึ่งตอนนั้นพี่เอได้ซื้อแพมเพิร์สได้ด้วย เพราะห้องน้ำที่นั้นหายากมาก จึงตัดสินใจใส่แพมเพิร์สตั้งแต่ออกจากบ้านที่กรุงเทพฯ ตอนอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิก็คิดได้ว่าต้องลองฉี่ดูก่อน เลยลองยืนฉี่ปรากฏว่าออกมาเป็นน้ำตกเลย เพราะคนที่ซื้อแพมเพิร์สให้ดันซื้อของเด็กไซซ์ XL มาให้ ทีนี้มันก็เอาไม่อยู่ และรั่วออกมาตามขากางเกง ตอนนั้นก็ช็อกมากเลย จึงตัดสินใจกลับบ้านเพื่อไปอาบน้ำใหม่ดีกว่า เพราะกลัวว่าเดินผ่านคนอื่นในสนามบินแล้วมันจะรั่วออกมา

แต่ยังไม่จบแค่นั้น พออาบน้ำเสร็จเราก็ยังใส่แพมเพิร์สแบบเดิมอยู่ และคิดว่าต้องใส่สองตัวซ้อนกันจึงจะเอาอยู่ พอไปถึงที่ประเทศเกาหลี ตอนนั้นกำลังนั่งคุยกับอั้มก็เกิดปวดฉี่มาก แต่ในใจก็มั่นใจว่าใส่แพมเพิร์ส 2 ตัว เลยฉี่ไปด้วย คุยกับอั้มไปด้วย ปรากฏว่ามันก็เอาไม่อยู่อีกแต่โชคดียังรัวไม่เยอะและรถมีห้องน้ำข้างหลัง เลยแกล้งบอกอั้มว่าขอไปคุยโทรศัพท์ที่ท้ายรถก่อน แต่แท้จริงแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำ เพราะถ้าโดนอั้มจับได้นางต้องโวยวายทั้งรถแน่นอน ทีนี้เราก็จะอายคนมาก”

About the author