มนต์รักน้ำท่วม ว่าที่เจ้าสาว ไบรท์ พิชญทัฬห์ เปิดใจครั้งแรก ชม โต๋ กราฟรักไม่มีตก

มนต์รักน้ำท่วม ว่าที่เจ้าสาว ไบรท์ พิชญทัฬห์ เปิดใจครั้งแรก ชมแฟนหนุ่ม โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ 9 ปี กราฟรักไม่มีตก แจงแฟนข่าวสบายใจได้ ยังทำหน้าที่พิธีกรเหมือนเดิม

ไบรท์ พิชญทัฬห์ ว่าที่เจ้าสาวป้ายแดง เปิดใจครั้งแรก / ทำเอาแฟนคลับซาบซึ้งใจ เมื่อเห็นโมเมนต์แห่งความประทับใจ ของนักร้องหนุ่ม โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร คุกเข่าขอแต่งงานผู้ประกาศข่าวสาว ไบรท์ พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ” หลังทั้งคู่คบหาดูใจมานานถึง 9 ปี กลางรายการสด เรื่องเล่าเช้านี้

เกาะติดข่าว กดติดตามข่าวสด
เพิ่มเพื่อน

ล่าสุด ไบรท์ เปิดใจกับ ข่าวสดออนไลน์ เป็นครั้งแรก ถึงวินาทีที่ฝ่ายชายคุกเข่าขอแต่งงานกลางรายการ ซึ่งทำเอาหลายคนสงสัยว่ารู้ตัวมาก่อนหรือไม่ พร้อมกันนี้ยังเปิดเผยจุดเริ่มต้นของความรัก และสิ่งที่ฝ่ายชายเอาชนะใจตัวเองได้

ถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้า รู้มาก่อนไหม? “ไม่รู้ก่อนเลยค่ะ มีทีมงานที่รู้ค่ะ ทีมงานรู้ครบทุกคน พี่ไก่(ภาษิต)พิธีกรคู่รู้ค่ะ แต่ไบรท์ไม่รู้เลยค่ะ ยังนึกว่าเบรกสุดท้ายทำไมพี่โปรดิวเซอร์ต้องมาบอกว่าให้เผื่อเวลา 7-8 นาที เพราะมีสกู๊ปศิลปินดาราอวยพรคริสต์มาส ยังคิดว่ายาวเหมือนกัน 6 นาที ยังถามทีมงานโต๊ะข่าวบันเทิงว่าเราสามารถเฟดลงได้หรือเปล่า แบบปล่อยไปสัก 4 นาทีแล้วเฟดลง ทุกคนก็ยืนยันว่าเฟดไม่ได้ของช่องร้อยมาแล้ว”

“ปรากฏอ้าว! เป็นเซอร์ไพรส์จากคุณโต๋ ศักดิ์สิทธิ์ ถ้าถามว่าเอะใจหรือเปล่า ไม่ได้เอะใจอะไรเลยนะคะ ไม่ระแคะระคายแม้แต่นิดเดียวอ่ะค่ะ มีเหมือนว่าทำไมวันนี้พี่ไก่ดูเครียดจังตอนเบรกได้ ดูพยายามจะคุมเวลาอะไรอย่างเงี้ย รู้สึกแค่นั้น แต่ก็คิดว่าแกคงอยากให้เวลามันบาลานซ์โอเคมั้ง ไม่ได้คิดอะไรเลย จนกระทั่งคุณโต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เดินเข้ามาในสตูดิโอ”

9 ปีที่ผ่านมา ผ่านอะไรมาบ้าง? “9 ปีของไบรท์กับโต๋นี่ต้องบอกว่ามันเป็น 9 ปีที่มันมีทั้งสุขทั้งทุกข์นะคะ จำนวนปีที่เพิ่มขึ้นมันก็แสดงว่าเราก็ผ่านอะไรด้วยกันมามากมาย มีหลายเหตุการณ์ แล้วใน 9 ปีคือถ้าเทียบเป็นคนคนหนึ่งเวลาที่เขาจะเจริญเติบโตไป ระยะเวลา 9 ปีเหมือนเด็กอายุ 1 ขวบโตไปเป็น 9 ขวบ เขามีพัฒนาการชีวิต พัฒนาการด้านความคิดเยอะมาก ดังนั้น 9 ปีของไบรท์กับโต๋ก็เป็นแบบนั้นเช่นเดียวกัน”

“ตั้งแต่ 30 กว่าๆ จนทุกวันนี้ก็คือ 30 กว่าๆ กัน มันก็มีเหตุการณ์ทั้งสุขทั้งทุกข์ เวลาทุกข์มากๆ อย่างกรณีของไบรท์ก็คือเรื่องคุณแม่ โต๋ก็จะให้กำลังใจ คุณแม่ป่วยมานาน แรกๆ โต๋อาจจะไม่ถนัดเรื่องของการให้กำลังใจ พอผ่านช่วงเวลามาคุณแม่ป่วยบ่อยขึ้น แล้วโต๋ก็โตขึ้นรู้ว่าชีวิตคืออะไร การให้กำลังใจคนข้างๆ สำคัญแค่ไหน เราก็จะปรับตัวกันมาเรื่อยๆ”

“หรือถ้าอย่างเรื่องสุขมากๆ โต๋มีคอนเสิร์ตใหญ่ กว่าจะไปถึงคอนเสิร์ตที่เราได้มอบความสุขให้กับคนดูแบบที่เห็น เบื้องหลังมันก็เต็มไปด้วยความพยายาม ความตั้งใจ และความกดดันของตัวโต๋ เราก็จะผ่านเหตุการณ์ในลักษณะอย่างเนี้ยมาด้วยกันในชีวิตทั้งสุขแล้วก็ทั้งทุกข์ค่ะ”

โต๋ชนะใจเราด้วยเรื่องอะไร? “เขาเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย เมื่อก่อนเคยเป็นยังไงทุกวันนี้ก็อย่างเป็นอย่างงั้น แล้วก็ถ้าจะพูดจริงๆ แล้วคือไบรท์ว่ามันเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำตามจำนวนปีที่เราคบกันอ่ะค่ะ จากเดิมเราเป็นเด็กกันทั้งคู่ ต่อมาเราโตขึ้น ความรู้สึกถ้าเทียบเป็นกราฟ มันเป็นกราฟขึ้น มันมีตะกุกตะกักบ้าง แต่ว่ามันเป็นกราฟที่ไม่เคยตก มีเรียบบ้าง แต่มันก็ไม่เคยลง ทิศทางมันเป็นขาขึ้น กระทั่งทุกวันนี้ผ่านมา 9 ปีแล้ว ไบรท์ก็รู้สึกว่ามันก็ยังมีเรื่องน่าประทับใจ เรื่องน่ารักที่เขาทำให้เรา รู้สึกดีที่เวลาความทุกข์มันมา หรือความยากลำบากในชีวิต โต๋ก็มีส่วนร่วมมากทีเดียว”

เจอกันครั้งแรกเมื่อไหร่ มองว่าเขาเป็นยังไง? “เจอกันครั้งแรกตอนนั้นไบรท์เป็นพิธีกรรายการ คนไทยที่หนึ่งในโลก ทางช่องไอทีวี ซึ่งเป็นพิธีกรรายการแรกของเรา แล้วโต๋ก็เป็นแขกรับเชิญคนแรกของรายการ เรื่องตลกก็คือมันเป็นรายการครึ่งชั่วโมง แต่เราต้องใช้เวลาถ่ายทำทั้งหมด 7 วัน เพราะว่ามันเป็นรายการที่ใหม่มาก”

“ดังนั้นเจอกันทั้งหมด 7 วัน แต่ละวันก็เกือบเต็มวัน แล้วไปในที่สำคัญกับโต๋ ไม่ว่าจะเป็นเอแบค ที่โบสถ์ ที่บ้าน มีที่สยามสแควร์ แล้วก็มีไปทานข้าวกับครอบครัวโต๋ด้วย ถ้าไปย้อนดูเทปเก่าๆ เทปนั้นจะเห็นว่า ไบรท์ได้ไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเขา ได้รู้จักกับคุณพ่อคุณแม่ญาติๆ โต๋ ตั้งแต่ช่วงถ่ายรายการนั้นเลยก็เป็นเพื่อนกันตั้งแต่นั้นมา”

“ไบรท์จำได้ว่าโต๋ยังให้กำลังใจ เพราะว่าเราบอกว่าเป็นรายการแรกของเราที่เป็นพิธีกร โต๋ก็พยายามจะช่วยที่จะให้ทุกอย่างราบเรียบ คือตอนนั้นไม่ได้มองว่าคนนี้ใช่เลย หรือว่าคนนี้ใช่ แต่เราคิดว่าคนนี้เป็นคนเก่ง เล่นเปียนโนเก่ง ดูเป็นเพื่อนที่ดี แล้วตอนนั้นไบรท์ก็มีแฟนอยู่ด้วย เลยไม่ได้คิดอะไรเรื่องพวกนั้น เป็นเพื่อนกันมากกว่า เพราะว่าช่วงนั้นถ่ายกัน 7 วัน”

เจอกันตอนน้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯ เป็นแฟนกันตอนนั้นหรือเปล่า? “ตอนปี 54 ไบรท์มาทำรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ เป็นปีแรก วันที่ 3 ม.ค. เสร็จแล้วปลายปี 54 มันมีเหตุการณ์น้ำท่วมเกิดขึ้น ช่วงที่ทำรายการก็มีโอกาสได้เจอกับโต๋ เพราะว่าเขาก็มาเป็นศิลปินของค่ายบีอีซีเทโร เขาก็มาประชุมที่ตึก ด้วยว่าเป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว จะมีการนัดแนะกันว่าเดี๋ยวเรารอ เพราะว่าเราก็ทำรายการเสร็จ 10 โมง โต๋มาประมาณเที่ยง นัดเจอ คุยกัน”

“ช่วงน้ำท่วมนี้แหละที่เริ่มคุยกัน เพราะว่าบ้านโต๋อยู่พื้นที่น้ำท่วม แล้วไบรท์ก็อยู่กับข่าว เราก็อัพเดตสถานการณ์กัน สุดท้ายแล้วเราก็ต้องอพยพหนี้น้ำท่วม เพราะว่าทั้งโต๋และไบรท์เราก็ต้องทำงาน เลยไปอยู่โรงแรมแถวๆ ซอยสุขุมวิท24 ไบรท์มาอยู่คนเดียว แต่โต๋มาอยู่กับครอบครัว คุณพ่อคุณแม่มาหมดเลย เราก็อยู่กันคนละชั้น คนละห้อง แต่ว่าการที่ได้ไปเป็นผู้อพยพน้ำท่วมเหมือนกัน มันก็เหมือนทำให้เราเจอกันมากขึ้น เจอคุณพ่อ เจอคุณแม่ เจอโต๋ด้วย เพราะมันเหมือนเรามาอยู่อาศัยในที่เดียวกัน”

พี่สรยุทธอนุญาตไหม ถ้าแต่งงานอาจจะกระทบกับรายการ แจ้งพี่เขาหรือยัง? “อันนี้ไบรท์บอกแฟนข่าวตรงนี้เลยค่ะ ถึงแม้ว่าจะมีเหตุการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ 25 ธ.ค. 63 เซอร์ไพรส์เกิดขึ้น แต่ไบรท์ยังคงทำงานที่เรื่องเล่าเช้านี้ต่อนะคะ ยังทำหน้าที่เหมือนเดิม คุณผู้ชมตื่นขึ้นมาตอนเช้าเปิดทีวีมาก็ยังมาเจอกับไบรท์เหมือนเดิมค่ะ”

“ส่วนพี่ยุทธเมื่อวันศุกร์พอโต๋มาเซอร์ไพรส์ตอนเช้า จริงวันศุกร์ไบรท์มีนัดที่จะเข้าไปเยี่ยมพี่ยุทธที่เรือนจำอยู่แล้ว เลยมีโอกาสเข้าไปเล่าให้พี่ยุทธฟัง แล้วไบรท์ก็เจอเซอร์ไพรส์กลับเพราะว่าพี่ยุทธทราบเรื่องทั้งหมดอยู่ก่อนแล้ว เพราะว่าโต๋ไปขออนุญาตพี่ยุทธก่อนแล้วค่ะ”

“ขออนุญาตในที่นี้หมายถึงขออนุญาตที่จะมาขอทำเซอร์ไพรส์ไบรท์นะคะ พี่ยุทธก็บอกโอเคเลย เต็มที่น้อง ไบรท์ไปเล่าก็กลายเป็นว่าพี่ยุทธบอกพี่รู้เรื่องอยู่แล้ว เหมือนโดนพี่ยุทธเซอร์ไพรส์กลับอีกทีหนึ่ง ดังนั้นแม้ว่าไบรท์จะแต่งงานไป คุณผู้ชมไม่ต้องเป็นห่วงนะคะเพราะว่ายังไงไบรท์ก็ยังทำรายการเรื่องเล่าเช้านี้เหมือนเดิม ตื่นมาเมื่อเช้าก็มาเจอกันได้เหมือนเดิมนะคะ”

โต๋บอกหรือยังว่าจะแต่งงานเดือนไหน? “ยังไม่ได้คุยในรายละเอียดเลยค่ะ เพราะว่าจริงๆ โฟกัสหลักของไบรท์คืออยู่ที่คุณแม่ คุณแม่เขาไม่สบาย แล้วก็รอบนี้ค่อนข้างจะหนักก็เลยยังไม่ได้มีการกำหนดวางแผนชัดเจนว่า เราจะจัดตอนไหนกันดี รวมไปถึงถ้าเกิดจะจัดงานฉลองใหญ่ ช่วงนี้มันก็มีเรื่องของโควิดด้วย อาจจะต้องดูปัจจัยหลายๆ อย่างประกอบกัน”

วางแผนอนาคตการเป็นผู้ประกาศข่าวเช้าอย่างไร หลังจากที่กำลังจะมีครอบครัว? “ไม่ได้วางแผนอะไรเลยค่ะ ตั้งใจไว้ว่าจะยังเป็นผู้ประกาศข่าวเช้าต่อไปค่ะ ได้คุยกับโต๋แล้วนะคะคุณผู้ชมไม่ต้องเป็นห่วง คือไบรท์บอกว่าไบรท์มาจากตรงนี้ มาจากรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ไบรท์รักรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ดังนั้นถ้าไบรท์ยังมีแรงอยู่ ยังตื่นนอนไหว ไบรท์ก็ยังอยากตื่นมาเจอคุณผู้ชม ตอนเช้าทุกๆ วันเหมือนเดิมค่ะ ดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ยังทำหน้าที่ต่อไปค่ะ”

“แล้วก็อยากจะฝากทางข่าวสดขอบคุณแฟนๆ ทุกท่านด้วยนะคะ ทั้งแฟนข่าว แฟนเพลง รวมไปถึงคุณผู้ชมทุกๆ คนเลยที่เข้ามาอวยพรไบรท์กับโต๋ หลังจากวันศุกร์ตอนเช้าเนี่ยคือไบรท์เดินไปตรงไหนมีแค่คนทัก มีแต่คนอวยพร มีแต่คนยินดี”

“ไบรท์จึงอยากจะใช้โอกาสนี้กล่าวขอบคุณจากใจเลยค่ะ ไบรท์อยู่กับรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ มานาน โต๋เองก็เป็นศิลปินมานาน เราก็มีคนที่รักเอ็นดูเป็นจำนวนมาก ทุกคนก็เหมือนครอบครัวเดียวกับเรา แฟนข่าวที่ดูรายการตลอด วันนี้มีเรื่องน่ายินดีเกิดขึ้น แล้วทุกคนก็ร่วมยินดีกับเรา ไบรท์รู้สึกขอบคุณจริงๆ ขอบคุณมากๆ ค่ะ”

About the author