• Sat. Jan 28th, 2023

ข่าวบันเทิง ซุบซิบดารา | Seikorobots เกาะติดทุกสถานการณ์ดารา

กระแสข่าวฮอต ข่าวดารานักแสดง เกาะติดข่าวบันเทิงวันนี้ ซุบซิบ หลุดดารา อัพเดททุกๆ ความเคลือนไหวของคนในวงการบันเทิง ข่าวดารา ใต้เตียงดารา เม้าดารา ไอจีดารา Instagram เกาะติดประเด็นร้อนล่าสุด บันเทิงดารา

ซาลาห์พลาดจุดลูกโทษ! เลสเตอร์ถอนโกรธแค้นลิเวอร์พูล 1-0

Byinfo

Dec 29, 2021

จิ้งจอกไทยเอาคืนหงส์แดงด้วยการเก็บ 3 แต้มในลีก หลังโดนเขี่ยตกรอบในบอลถ้วยลีก คัพ

โปรแกรมถ่ายทอดสด

เกม เลสเตอร์ – ลิเวอร์พูล
วันที่ วันอังคารที่ 28 เดือนธันวาคม 2564
เวลา 03.00 (ย่ำรุ่งวันพุธ)
สนาม คิงเพาเวอร์ สเตเดี้ยม
LIVE UPDATE พรีเมียร์ลีก : เลสเตอร์ – ลิเวอร์พูล
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดู 2021/22 นัดที่ 19 คู่ระหว่าง เลสเตอร์ ซิตี้ อันดับ 11 เปิด คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล อันดับ 2

จิ้งจอกไทย พึ่งจะแพ้จาก แมนฯ ซิตี้ มา 6-3 เกมนี้ กางรนดอน ร็อดพบร์ส วางแผนผังมาในระบบ 4-2-3-1 นำมาโดย เจมส์ แมดดิสัน , เจวี วาร์ดี และก็ เคลิชี อิเฮียทุ่งนาโช คู่หัวหอก

ฝั่ง หงส์แดง ของ เยอร์เกน คล็อปป์ ก็สะดุดเสมอ สเปอร์ส 2-2 ในเมล่าสุด นัดนี้จัดทัพมาในระบบ 4-3-3 นำมาโดยสามผสานแนวรุกอย่าง ซาดิโอ มาเน , โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และก็ ดิโอโก โชต้า

รายละเอียดการแข่งขันชิงชัย
นาทีที่ 14 กลุ่มเยือนมาได้ลูกโทษที่จุดลูกโทษ เมื่อ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ โดน วินเฟรด เอ็นดิดี ทำฟาวล์ในเขตโทษ ก่อน โม ซาลาห์ จะลุกขึ้นยืนมาสังหารเอง แม้กระนั้นโดน แคสเปอร์ ชไมเคิล เซฟในจังหวะแรก บอลกระดอนออกมา ซาลาห์ กระแทกซ้ำจ่อๆบอลไปชนคาน

เกมครึ่งแรกกลุ่มเยือนทำเป็นดีกว่ากระจ่างแจ้ง เหลือเพียงแค่ส่งบอลให้เข้าตูดตาข่ายเท่านั้น จบ 45 นาที เลสเตอร์ 0 ลิเวอร์พูล 0

ช่วงหลังนาทีที่ 59 เปลี่ยนเป็นเจ้าของบ้านได้เฮลั่น เคียร์แนน ดิวส์บูรี-ฮอลล์ ผ่านบอลให้ อาเดโมลา ลุคแมน ผู้เล่นสำรองพาบอลทะลุเข้าเขตโทษก่อนยิงด้วยขวายัดเสาแรก อลิสซอน หมดสิทธิ์เซฟ เลสเตอร์นำ 1-0

เวลาที่เหลือทั้งคู่กลุ่มทำอะไรกันมิได้ จบ 90 นาที เลสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ ลิเวอร์พูล 1-0 เก็บ 3 แต้ม แข่ง 18 นัด มี 25 คะแนน ขยับขึ้นไปอยู่อันดับ 9 ส่วน หงส์แดง แข่ง 19 นัด มี 41 คะแนนเท่าเดิม รั้งอันดับ 2 รองหัวหน้าฝูง

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งคู่กลุ่ม
เลสเตอร์ ซิตี้ (4-2-3-1) : แคสเปอร์ ชไมเคิล (GK) (C) , ดาเนียล อมาตีย์ , วินเฟรด เอ็นดิดี , ทิโมธี กาสตาเญ , ลุค โธมัส , เจมส์ แมดดิสัน (มาร์ค อัลไบรท์ตัน น.68) , ฮัมซา เชาด์ฮรี (อาเดโมลา ลุคแมน น.56) , เคียร์แนน ดิวส์บูรี-ฮอลล์ , เจวี วาร์ดี , เคลิชี อิเฮียทุ่งนาโช (ยูริ ตีเลอมันส์ น.56)

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลิสซอน (GK) , เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ , โจเอล มาติเตียนป , เวอร์จิล ฟาน ไดค์ , คอสตาส ซิมิกาส , ฟาบินโญ (เจมส์ ไม่ลเนอร์ น.64) , จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (C) (โรกางร์โต ฟีร์ไม่โน น.70) , เล็กซ์ อ็อกซ์เลด-เชมเบอร์เลน (ทุ่งนาร์บี เกอิตา น.55) , ซาดิโอ มาเน , โมฮาเหม็ด ซาลาห์ , ดิโอโก โชต้า
ภาวะความพร้อมก่อนเกมของทั้งคู่กลุ่ม

เลสเตอร์ เกมนี้จะยังไม่มี เวสลีย์ โฟฟาทุ่งนา, ริคาร์โด้ เปร์เรรา, คักลาร์ โซยุยงนคู, เพ็ตสัน ดาก้า, ไรอัน เบอร์ทรานด์, จอนนี อีแวนส์ และก็ เจมส์ จัสติน ที่มีลักษณะอาการบาดเจ็บ ขณะที่ ฮาร์วีย์ บาร์นส์ ต้องคอยเช็คความฟิต แนวรับคาดว่าจะปรับมาใช้ วิลฟรีด เอ็นดีดี, ยานนิค เวสเตอร์การ์ด และก็ ดาเนียล อมาตีย์ เป็นสามปราการหลัง แดนกึ่งกลางนำทัพโดย ยูริ ตีเลอมันส์ ติดต่อประสานงานกับ บูบาการี ซูมาเร และก็ เจมส์ แมดดิสัน โดยมี เคเลชี อิเฮียทุ่งนาโช และก็ เจมี วาร์ดี้ เป็นหัวหอก

ลิเวอร์พูล เกมนี้จะยังไม่มี ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์, เนธาเนียล ฟิลลิปส์ และก็ อาเดรียน ที่มีลักษณะอาการบาดเจ็บ ขณะที่ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ติดโทษแบน แนวรับใช้ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ จับคู่กับ อิบราฮิมา โกนาเต้ แดนกึ่งกลางนำทัพโดย ฟาบินโญ ติดต่อประสานงานกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และก็ นาบี เกอิต้า แนวรุกเป็นสามผสาน ซาดิโอ มาเน, ดิโอโก้ โชต้า และก็ โมฮาเหม็ด ซาลาห์

11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงไปในสนาม

เลสเตอร์

ชไมเคิล (GK)

เอ็นดีดี, เวสเตอร์การ์ด, อมาตีย์

ลุคแมน, ตีเลอมันส์, ซูมาเร, แมดดิสัน, โธมัส

วาร์ดี้, อิเฮียทุ่งนาโช

ลิเวอร์พูล

อาร์โนลด์, ฟาน ไดค์, โคนาเต้, ซิมิกาส

เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ, เกอิต้า

ซาลาห์, โชตา, มาเน